ผลกองประชุมรัฐบาล ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการรับมือ Covid-19 ใน สปป. ลาว

9
ท่าน ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว
ท่าน ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว

ในวาระแรกของการดำเนินกองประชุมรัฐบาล สมัยสามัญประจำเดือนมีนาคม 2020 ที่จัดขึ้นในวันที่ 18 มีนาคม 2020 ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี ภายใต้การเป็นประธานของท่านทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี มีบรรดารองนายกรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐบาลเข้าร่วม ที่ได้พร้อมกันร่วมพิจาณา เพื่อประเมิน และกำหนดมาตรฐานใหม่เพิ่มเติม ในการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขการแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19

จากการปรึกษาหารือของสมาชิกรัฐบาล กองประชุมได้มีข้อตกลงเป็นเอกภาพ ต่อการกำหนดมาตรฐานใหม่ ตามความเห็นของนายกรัฐมนตรี ที่สรุปตอนท้ายของกองประชุม ที่มีใจความว่า “จากสภาพความเป็นจริงของการระบาดเห็นว่า การระบาดของโรคไวรัส COVID-19 เริ่มต้นอยู่ที่เมืองอู่ฮั่ง แขวงหูเป่ย สป. จีน ตั้งแต่ท้ายปี 2019 มาจนถึงตอนนี้ สป. จีน สามารถจำกัดการระบาดของโรคได้แล้ว และยังได้ไปช่วยเหลือประเทศอื่นที่กำลังมีการระบาดอยู่ ปัจจุบัน สภาพการระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ได้ขยายเป็นวงกว้างในหลายประเทศทั่วโลก ร้ายแรงที่สุดอยู่ในประเทศกลุ่มยุโรป (อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส) และประเทศอีหร่าน ตามข้อมูลสถิติล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม เวลา 6:00 น. แสะงให้เห็ฯว่า มีหลายมากกว่า 165 ประเทศที่มีการระบาด และมีการยืนยันผู้ติดเชื้อแล้ว 119,092 คน เสียชีวิต 7,966 คน รักษาหายแล้ว 81,109 คน ในวันที่ 12 มีนาคม 2020 นี้ องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เป็นการระบาดใหญ่ (Pandemic) และได้เรียกร้องให้บรรดาประเทศทั่วโลก ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง สกัดกั้น และควบคุม และตอบโต้การระบาด ​​ของเชื้อโรค

ส่วนสถานการณ์ในประเทศลาว ในปัจจุบันยังไม่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 แต่ประเทศเราก็ยังมีความเสี่ยงสูง เพราะว่าประเทศเรามีชายแดนติดต่อ และมีการเดินทางเข้ามาของคนจากประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโรคดังกล่าว ดังนั้น แม้ว่าจะยังตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อใดๆ แต่รัฐบาล ก็ได้เอาใจใส่ และมีมาตรการสกัดกั้น ป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมทั้ง มีการเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ กรณีที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อในทันที และมาตรการต่างๆ ที่ปฏิบัติผ่านมาเห็นหว่า เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ปฏิบัติบางมาตรการเพื่อสกัดกั้น และป้องกัน โดยสรุปดังนี้

  1. ได้แต่งตั้งคณะเฉพาะกิจเพื่อให้แนวทางการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขการระบาดของโรคดังกล่าว โดยมอบหมายให้ท่านสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะเฉพาะกิจดังกล่าว ร่วมกับคณะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คณะเฉพาะกิจดังกล่าวได้ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบสูงหลายอย่าง ได้แก่
    • โฆษณาเผยแพร่ให้สังคม ให้เข้าใจเกี่ยวกับภัยอันตราย และวิธีป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคดังกล่าว
    • มีความเข้มงวดในการกลั่นกรองผู้เดินทางเข้ามาใน สปป. ลาว โดยการตรวจอุณหภูมิ และคัดแยกผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยนงจากการแพร่ระบาดของโรค
    • ตรวจสุขภาพของผู้ที่เข้าข่ายน่าสงสัยที่จะติดโรค เพื่อยืนยันการติดเชื้อโรค
    • เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาล เพื่อรองรับผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ และคุ้มครองกรณีถ้ามีผู้ติดเชื้อ
    • ฝึกอบรม ยกระดับความรู้ให้แพทย์ พนักงาน และฝึกเหตุการณ์จำลองเพื่อตอบโต้สถานการณ์ต่างๆ และอื่นๆ
  2. รัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อผ้าปิดปาก ปิดจมูก น้ำยาล้างมือ และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นจำนวนหนึ่ง เพื่อรับใช้ให้แก่การป้องกัน และควบคุมโรคดังกล่าว
  3. ได้ออกมาตรการควบคุมราคาผ้าปิดปาก ปิดจมูก น้ำยาล้างมือ และอุปกรณ์การแพทย์ โดยได้กำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม.
  4. ได้มอบหมายให้ท่าน สอนไข สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน จัดสัมมนา ปรึกษาหารือ กับแขนงการที่เกี่ยวข้อง และพากส่วนธุรกิจ เกี่ยวกับผลกระทบของ COVID-19 และเสนอมาตรฐานทางด้านเศรษกิจ เพื่อรับมือกับผลกระทบดังกล่าว

ที่สำคัญ กองประชุมได้มีข้อตกลงกำหนดมาตรการที่จะจัดตั้งปฏิบัติ โดยอิงสภาพความเป็นจริง และความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อยู่ประเทศลาว และเพื่อสกัดกั้น ปกป้อง และเตรียมรับมือกับการแพร่ระบาด รัฐบาลจะปฏิบัติอย่งต่อเนื่อง ตามมาตรการที่ผ่านมา ที่ได้กำหนดไว้แล้ว และมาตรการเพิ่มเติม ตามข้อตกลงที่เห็นชอบโดยที่ประชุมดังนี้

  1. มาตรการสกัดกั้น
    • ปิดด่านท้องถิ่น และด่านประเพณีในขอบเขตทั่วประเทศ ส่วนด่านสากล ให้ดูความพร้อมด้านอุปกรณ์ และพนักงานในการตรวจตา กลั่นกรองหาผู้ติดเชื้อโรค อย่างได้มาตรฐาน จึงอนุญาตเปิดให้เข้า-ออก เป็นปกติได้
    • ยกเลิกการออกวีซ่ากับด่านทุกประเภท รวมทั้งอีวีซ่า (E-Visa) และการออกวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับทุกประเทศในระยะเวลา 30 วัน สำหรับผู้ที่ได้รับวีซ่าเข้าลาวแล้ว ก็ต้องมีการยืนยันการตรวจสุขภาพ และตรวจประวัติการเคลื่อนไหวในระยะ 14 วันที่ผ่านมา สำหรับประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า มีมติให้ยกเลิกเลิกการยกเว้นวีซ่าเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการพิจารณาใหม่ของรัฐบาล
    • พลเมืองลาว ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศในระยะนี้ โดยเฉพาะการเดินทางด้วยเครื่องบิน และพาหนะที่มีคนจำนวนมาก
    • ผู้ที่เดินทางจากประเทศที่มีการแพร่ระบายของโรค ให้กักตัวเองอย่างน้อย 14 วัน เพื่อติดตามสุขภาพของตน หากพบว่ามีอาการไข้ ก็ต้องติดต่อหาหมอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยด่วน (รายละเอียดได้กำหนดไว้ในหนังสือแจ้งการของคณะเฉพาะกิจ ฉบับเลขที่ 12/สพก. ลงวันที่ 16 มีนาคม 2020)
    • หลีกเลี่ยงการร่วมชุมนุมใหญ่ ที่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมากเช่นงานบุญประเพณีต่างๆ งานวางแสดงสินค้า งานแข่งขันกีฬา งานแต่งงาน บรรดากิจกรรมต่างๆ ในการเฉลิมฉลองปีใหม่ลาว และอื่นๆ
    • ปิดกิจการร้านบันเทิง ร้านคาราโอเกะ และร้านนวด ส่วนกิจการอื่นๆ สามารถดำเนินการได้เป็นปกติ แตะให้เจ้าของกิจการมีมาตรการป้องกันขั้นพื้นฐาน เช่นการตรวจอุณหภูมิ และมีน้ำยาล้างมือให้ลูกค้า เพื่อป้องกันตนเอง และผู้อื่น
    • ปิดโรงเรียน ตั้งแต่โรงเลี้ยงเด็ก อนุบาล ปฐมศึกษา มัธยม มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาต่างๆ (ทั้งภาครัฐ และเอกชน) ในทั่วประเทศชั่วคราว จนกว่ามีการเปลี่ยนแปลง พร้อมกันนั้น ให้ร่วมมือกับบรรดาโรงเรียน เพื่อกำหนดนโยบาย หรือหาวิธีในการเสริมการเรียน การสอน โดยผ่านระบบออนไลน์ ทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และวิธีการอื่นๆ ให้นักเรียน นักศึกษาตามที่มีเงื่อนไข
    • กำหนดสถานที่ในการกักบริเวณ 14 วัน สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยง รวมถึงแรงงานลาว และนักศึกษาลาว ที่จะเดินทางกลับประเทศลาว ในโอกาสบุญปีใหม่ลาว (เกี่ยวกับแรงงานลาวจะมีการแยกรายละเอียดต่างหาก)
    • แนะนำให้คนลาว ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ เลื่อนการเดินทางกลับประเทศ จนกว่าสถานการณ์การระบาดทั่วโลกจะดีขึ้น
  2. มาตรการป้องกัน​​
    • ปรับปรุงศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่ขึ้นกับคณะเฉพาะกิจเพื่อชี้นำการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขการระบายดของโรงดังกล่าว เพื่อแลกเปลี่ยน ตรวจตราความถูกต้อง และให้ข้อมูลที่ชัดเจน และรวดเร็วเกี่ยวกับสภาพการระบาดของ COVID-19 ในประเทศ และทั่วโลก
    • โฆษณาเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้สังคม ประชาชน รู้จัก และเข้าใจเกี่ยวกับภัยอันตราย และความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค พร้อมทั้งเผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกัน สกัดกั้น และการเข้าถึงการบริการทางด้านสาธารณสุข
    • ให้คำแนะนำ และศึกษาอบรมให้ทั่วสังคม
  3. มาตรการรักษา กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อ
    • สถานที่ในการรักษาผู้ติดเชื้อ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ได้แก่ โรงพยาบาล 103, โรงพยาบาลมิตรภาพ (150 เตียง) โรงพยาบาลมะโหสด และโรงพยาบาลไซเสดถา ส่วนแต่ละแขวง (จังหวัด) มอบหมายให้โรงพยาบาลประจำแขวง โดยให้แยกเขตออกจากเขตรักษาทั่วไป
    • เตรียมความพร้อมของบุคลากรแพทย์ พยาบาล ให้เพียงพอ พร้อมให้มีการฝึกอบรมวิธีการรับมือจริงให้ละเอียด พร้อมกันนั้น ก็ให้ประสานงานขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ และแพทย์ ที่มีความชำนาญจากประเทศเพื่อนบ้าน, องค์การจัดตั้งสากล เพื่อเตรียมตัวเอาไว้กรณีมีความจำเป็น
    • กำหนดความต้องการทางด้านเครื่องมือ และอุปกรณ์ พร้อมทั้งเสนอแผนจัดซื้อเตรียมไว้ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย น้ำยาล้างมือ ชุดป้องกันของบุคลากรแพทย์ และอุปกรณ์ที่จำเป็น อุปกรณ์เครื่องมือใด ที่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องได้ขอการช่วยเหลือจากองค์การจัดต้้งสากล และประเทศเพื่อนบ้าง ก็ให้เร่งเสนอให้รัฐบาลพิจาณา, ให้ปรับปรุงคณะเฉพาะกิจเพื่อชี้แนะการป้องกัน, ควบคุม และแก้ไขการระบาดของโรคดังกล่าว โดยปรับปรุงภาระบทบาท และเพิ่มบางแขนงการที่เกี่ยวข้อง ที่ยังไม่ครบเข้าเพิ่มเติม, ปรับปรุง และยกระดับศูนย์ข้อมูลข่าวสาร COVID-19 เพื่อให้สามารถประสานงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล รวบรวมข้อมูล ตรวจตราความชัดเจนของข้อมูล และแจ้งข่าวเกี่ยวกับการระบาด การสกัดกั้น การป้องกัน และรับมือกับการระบาดของโรคดังกล่าวอย่างชัดเจน และทันการ รวมทั้งการสร้างเว็บไซต์ เพื่อเป็นเครื่องมือให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของคณะเฉพาะกิจ เพื่อแจ้งข่าว เป็นเครื่องมือในการประสานงาน ปรึกษาหารือ รวบรวมข้อมูลที่สำคัญ จากภายใน และต่างประเทศ, องค์การจัดตั้งสากล ต่อสภาพการระบาดดังกล่าว ที่สำคัญ เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นของคณะเฉพาะกิจนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม และแจ้งข่าวเกี่ยวกับสภาพการ และมาตรการต่างๆ ที่เป็นทางการ เพื่อแก้ข้อข้องใจ และสกัดกั้นข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีมูลความจริง มาปั่นป่วนต่อสังคม

  1. มาตรการทางด้านเศรษฐกิจ
    • รัฐบาลได้มอบให้ท่าน สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีกระทรวงแผนการ และการลงทุน เป็นหัวหน้าคณะ ร่วมมือกันค้นคว้าประเมินผลกระทบของ COVID-19 ต่อเศรษฐกิจ และมาตรการแก้ไขร่วมกับแขนงการ และภาคธุรกิจซึ่งได้เสนอต่อกองประชุมรัฐบาลในวันที่ 19 มีนาคม 2020 ครั้งนี้ คณะดังกล่าวจะได้ปรับปรุงมาตรการทางด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังจากนั้นจึงประกาศใช้ตามในภายหลัง
  2. มาตรการทั่วไป
    • ปลุกระดมทั่วสังคม ไม่ให้ประชาชนมีความแตกตื่น และวิตกกังวลจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้สภาพการที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้นเช่น การกักตุนสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค และวิพากษ์วิจารณ์ ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง พร้อมกันนี้ จะมีมาตารการเคร่งครัด ต่อกับผูํ้ที่ฉวยโอกาสในการกักตุนสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นเช่น หน้ากากอนามัย น้ำยาล้างมือ ยารักษาโรค อุปกรณ์การแพทย์ และอื่นๆ
    • เพิ่มการตรวจตรา และปฏิบัติมาตรการต่อการกระทำที่สร้างความสับสน หรือสร้างความเข้าใจผิดในรูปแบบต่างๆ เช่น การปล่อยข่าวที่ไม่มีมูลความจริง และสื่อสังคมออนไลน์ และสื่ออื่นๆ
    • ผลักดัน ส่งเสริมการผลิตภายใน โดยเฉพาะเครื่องอุปโภค บริโภค ที่คาดว่าจะมีการขาดแคลน มีการจำกัดการส่งออกจากประเทศอื่นโดยถือวิกฤติอันนี้ให้เป็นโอกาสในการเพิ่มทวีความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างที่ผ่านมา
    • สืบต่อการประสานางานแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และพยายามขอความร่วมมือจากหน่วยงานช่วยเหลือสากลโดยเฉพาะในด้านที่พวกเรามีความจำเป็น และยังไม่มีความพร้อม

ท่านนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการที่กล่าวมานั้น จะถูกทบทวน และปรับปรุงโดยอ้างอิงข้อมูลใหม่ วิทยาศาสตร์ และการผันแปรของสภาพการจริง บนพื้นฐานการประสานงาน ค้นคว้า และปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวขาญ แขนงการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และคำคิดเห็นของสังคม พร้อมกันนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี ยังได้เน้นหนักให้คณะเฉพาะกิจ แขนงการ องค์การปกครองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และทุกภาคส่วนทั่วสังคม เป็นตัวกลางในการขยายผลเพื่อจัดตั้งปฏิบัติให้มีประสิทธิผล พร้อมกันนั้น ก็ให้คณะเฉพาะกิจ ติดตาม และประเมินผล บรรดามาตรการจัดตั้งดังกล่าว เพื่อเสนอพิจารณาปรับปรุง หรือแก้ไขให้ทันกับสภาพความเป็นจริงในแต่ระยะ.

อ้างอิง ห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี