สธ. ลาว สร้างแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ต่อต้าน และยุติโรคเอดส์ให้ได้ภายในปี 2030

18
สธ. ลาว สร้างแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ต่อต้าน และยุติโรคเอดส์ให้ได้ภายในปี 2030
สธ. ลาว สร้างแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ต่อต้าน และยุติโรคเอดส์ให้ได้ภายในปี 2030

สปป. ลาว ปัจจุบัน แม้จะมีอัตราการติดเชื่อ HIV อยู่ในระดับต่ำคือ 0.28% ในกลุ่มประชากรทั่วไป อายุ 15-45 ปีก็ตาม แต่อัตราการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังมีสูงอยู่มากคือ 31.2% ในกลุ่มสาวบริการ และ 48.3% ในกลุ่มกระเทย นอกจากนั้น ยังมีหลายสิ่งที่ท้าทายที่จะก่อให้เกิดการระบาดของเชื้อ HIV และโรคเอดส์ ถ้าไม่มีมาตรการในการสกัดกั้นอย่างถูกต้อง

ปัจจุบัน สปป. ลาว กลายเป็นประเทศที่เป็นทางผ่านของโรค อันเนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจโครงร่างในหลายๆ ด้าน มีการก่อสร้างสะพาน ถนนหนทาง เขื่อนไฟฟ้า ขุดค้นบ่อแร่ สวนกล้วย สวนยางพารา และอื่นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีกลุ่มคน แรงงานเคลื่อนย้ายเข้าออก มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งภายใน และต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และเป็นสาเหตุก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอช HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ตามการคาดคะเนจะมีผู้ติดเชื่อ HIV จำนวน 12,241 คน และต้องการรักษาด้วยยาต้านเชื้อ HIV (ARV) จำนวน 7,000 คนในปี 2019 อ้างอิงการรายงานของ 18 แขวงในขอบเขตทั่วประเทศ การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เกิดในกลุ่มแรงงานที่มีการเคลื่อนย้าย และกลุ่มประชาชนที่เป็นแม่บ้าน เป็นกลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุด, กลุ่มชายรักร่วมเพศ มีอัตราติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้นจาก 1.6% ในปี 2014 เพิ่มมาเป็น 2.5% ในปี 2017 (นครหลวงเวียงจันทน์ กลุ่มชายรักร่วมเพศ อายุมากกว่า 25 ปี ติดเชื้อสูงถึง 19% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก) และการเข้าถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เป็นไปได้น้อยคือ 50% ในกลุ่มสาวบริการ และ 22% ในกลุ่มชายรักร่วมเพศ และมีความยุ่งยากมาก

จนมาถึงท้ายปี 2019 เราสามารถบรรลุยุทธศาสตร์ 90-90-90 ได้ (92-64-95) แสดงให้เห็นว่าผู้ที่รู้ว่าตนเองติดเชื้อ ยังเข้าถึงการรักษาได้เพียง 64% เท่านั้น และอัตราการใช้ถุงยางอนามัยยังต่ำ การเข้าถึงการบริการสุขภาพยังมีความล่าช้า อีกทั้งยังได้รับการรังเกียจจากสังคม ชุมชน ผู้ติดเชื้อ และผู้เป็นโรคเอดส์ดังกล่าวข้างต้น ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นสิ่งท้าทายที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ในอนาคต

สธ. ลาว สร้างแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ต่อต้าน และยุติโรคเอดส์ให้ได้ภายในปี 2030
สธ. ลาว สร้างแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ต่อต้าน และยุติโรคเอดส์ให้ได้ภายในปี 2030

สืบเนื่องจากสภาพการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV และสิ่งท้าทายดังกล่าว กระทรวงสาธารณะสุขจะต้องได้เอาใจใส่ ยับยั้งการระบาด และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายใหม่ขององค์การสหประชาชาติต้านการต่อต้านโรคเอดส์คือ ยุติการระบาดของเชื้อ HIV ภายในปี 2030 ในอนาคตอันใกล้นี้ ที่มีเป้าหมายใหม่ในการรักษาคือ ภายในปี 2025 จะต้องทำให้สำเร็จ ลุล่วงตามแผนให้ได้ 95-95-95 ซึ่งหมายความว่าให้ 95% ของผู้ที่มีความเสี่ยงต้องได้รับการตรวจเลือด ค้นหาการติดเชื้อ HIV และรู้ผลของการตรวจเลือด และถ้าหากตรวจ และพบว่าติดเชื้อ HIV แล้ว 95% ต้องได้รับยาต้านต่อเชื้อ HIV และ 95% ของผู้ได้รับยา ต้องได้รับการรักษาอย่างดี หมายความว่าปริมาตรของเชื้อ HIV ในเลือด จะต้องลดลงต่ำกว่า 250 Copies

ดังนั้นในวันที่ 3 มีนาคม 2020 ที่ผ่านมา ศูนย์ต้นเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงได้เปิดกองประชุมปรึกษาหารือ และรับรองเอาแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 10 ปี (2021-2030) และแผนการจัดตั้ง ปฏิบัติงานสะกัดกั้น และต้นเชื้อ HIV โรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ประจำปี (2021-2025) ขึ้น ที่แขวงเวียงจันทน์ ภายใต้การเข้าร่วมเป็นประธานของท่าน รศ. ดร. พูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณะสุข มีท่านหัวหน้ากรม คณะกรม รองหัวหน้าแผนกสาธารณะสุขแขวง อำนวยการใหญ่โรงพยาบาลแขวง โรงพยาบางกลาง ศูนย์ ท่านตัวแทนจากกระทรวง และองค์การจัดตั้งมหาชน ตัวแทนต่างหน้าองค์การจัดตั้งสากล องค์การจัดตั้งที่ไม่สังกัดรัฐบาล องค์การจัดตั้งทางด้านสังคม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม กองประชุมดังกล่าวจะได้ร่วมกันทุ่มเท เอาใจใส่ในการสร้างแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ต้านเอดส์ให้มีการรัดกุม ละเอียด ชัดเจน และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ และเอกชน องค์การจัดตั้งสากล องค์การจัดตั้งมหาชน องค์การจัดตั้งสังคม ชุมชน ผู้ติดเชื้อ และผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และผู้ที่ได้รับผลกระทบอื่นๆ ทั้งภายใน และต่างประเทศ

โดยแผนยุทธศาสตร์จะต้องสอดคล้อง และปรับขยายจากแผนพัฒนาสาธารณะสุขครั้งที่ 9 (2021-2025) ปรับขยายจากแผนปฏิรูปสาธารณะสุข ยุทธศาสตร์ 5 ดี 1 พอใจ เร่งให้บรรลุเป้าหมาย 11 ตัวชี้วัด ตามคาดหมายของสภาแห่งชาติรับรอง รับประกันทุกคนมีสุขภาพดีทั่วหน้า ไม่ทิ้งใครอยู่เบื้องหลัง (UHC) และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแบบยั่งยืน (UDG)

อ้างอิง: http://bit.ly/2PNa547